|
|
...การทำงานไม้ ก็เหมือนการเขียนหนังสือด้วยดินสอ จะเขียนผิด เขียน ถูก เขียนดี เขียนไม่ดี ก็จบอยู่ใน ดินสอ กระดาษ ยางลบ แต่ถ้าคุณเขียนหนังสือด้วยวิธีอื่น จะเขียนด้วยปากกา จะพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ ลองคิดดูครับถ้าลงกระดาษไปแล้วเขียนผิด เขียนไม่ดี การแก้ไขมันไม่ง่ายเหมือนใช้ยางลบหรอกนะครับ... แล้วถ้าเทียบเป็นการสร้างบ้านล่ะ?... |
|
ไม้เป็นวัสดุที่มนุษย์ใช้ประโยชน์มานับตั้งแต่อดีต
จนถึงปัจจุบันก็ยังคงมีการใช้ไม้ทำประโยชน์ในชีวิตประจำวันอยู่ แม้ว่าจะมีวัสดุชนิดอื่นๆที่พัฒนาขึ้นมาทดแทนไม้ธรรมชาติ
โดยเฉพาะในปัจจุบันที่กระแสภาวะโลกร้อนกำลังเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องตระหนักมากยิ่งขึ้น
เป็นที่ยอมรับว่า “ต้นไม้” ช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ แต่จากศึกษาพบว่า การปลูกป่าไม้ในบริเวณเหนือเส้นศูนย์สูตรและบริเวณขั้วโลกนั้นมีผลทำให้อุณหภูมิของโลกร้อนขึ้นเนื่องจากการคายความชื้นสู่บรรยากาศ แต่การปลูกต้นไม้ในเขตป่าร้อนชื้นนั้นจะสามารถชะลอการเกิดภาวะโลกร้อนได้ แต่อย่างไรก็ตาม “ป่าไม้และต้นไม้” ก็ยังเป็นสิ่งให้ประโยชน์แก่มนุษย์โดยอ้อม ดังที่มีนักวิชาการกล่าวไว้ว่า
ถ้าคิดประมาณคุณค่าทางเศรษฐกิจของต้นไม้ในการผลิตก๊าซออกซิเจน ดูดสารพิษ ดูดซับความร้อน รวมถึงการใช้ประโยชน์ด้านอุปโภคและบริโภคแล้วไม้ขนาดใหญ่หนึ่งต้นจะมีมูลค่าต้นละ 1,000,000 บาท เลยทีเดียว
ในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น
ยุโรป อเมริกา หรือ ญี่ปุ่น
การใช้ไม้ยังเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมในการนำมาก่อสร้าง ที่พักอาศัย
อาคารสาธารณะ ทั้งในส่วนโครงสร้าง วัสดุตกแต่ง จนถึงเฟอร์นิเจอร์ เห็นได้จาก IKEA บริษัทเฟอร์นิเจอร์ระดับโลก ซึ่งมีสาขาและฐานการผลิตทั่วโลก
ก็ยังให้ความสนใจในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ หรือ MUJI เฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังของญี่ปุ่น
ก็เลือกใช้ไม้เป็นวัสดุที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นต้น
ปัจจุบัน
เมื่อพิจารณาถึงการก่อสร้างต่างๆในประเทศไทย พบว่า อัตราการใช้ไม้เป็นส่วนประกอบต่างๆมีปริมาณลดลงอย่างมาก
เนื่องจากมีวัสดุมากมายหลากหลายให้ผู้อยู่อาศัย เจ้าของกิจการ สถาปนิก วิศวกร
ได้เลือกใช้ตามความต้องการ โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงความสะดวกรวดเร็วในการทำงาน
การดูแลรักษา ความทนทานโดยเฉพาะการใช้งานนอกอาคาร และสิ่งสำคัญคือ การนำไม้มาใช้ต้องผ่านกระบวนการที่ได้มาตรฐาน
มิเช่นนั้นจะมีปัญหาต่างๆตามมามากมาย ด้วยเหตุผลเหล่านี้
ทำให้ผู้คนทั่วไปจึงเลือกใช้วัสดุประเภทอื่นเข้ามาทดแทนการใช้ไม้
แต่หากเราพิจารณาลึกลงไป
จะพบว่า “ไม้” เป็นวัสดุก่อสร้างชนิดเดียวที่ใช้ระยะเวลาในการปลูกทดแทนน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุอื่นๆ
เช่น น้ำมัน ที่นำมาผลิตพลาสติกประเภทต่างๆ หิน ที่นำมาผลิตปูนซีเมนต์
รวมไปถึงการใช้พลังงานในการผลิตออกมาเป็นวัสดุสำเร็จรูป นอกจากนี้หากเปรียบเทียบกับวัสดุใหม่ๆที่มุ่งผลิตออกมาเพื่อทดแทนการใช้ไม้โดยเฉพาะ
เช่น แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ แผ่น MDF ไม้บอร์ดต่างๆ ไม้ลามิเนต
จะพบว่า วัสดุเหล่านี้มีกระบวนการผลิตที่สิ้นเปลืองพลังงานกว่ามาก
และยังต้องใช้สารเคมีเป็นส่วนผสมสำคัญในการผลิตอีกด้วย “ไม้” มีคุณสมบัติที่เป็นฉนวนกันได้ทั้งความร้อนและความเย็น ดังเช่น การปูพื้นด้วยไม้
ทำให้เครื่องปรับอากาศของท่านประหยัดไฟฟ้ามากกว่าพื้นที่เป็นกระเบื้อง นอกจากนี้
ไม้ เป็นวัสดุธรรมชาติ การป้องกันการปนเปื้อนสารเคมีมีขั้นตอนการควบคุมที่ชัดเจน
....แล้วเราควรทำอย่างไร ?? ในฐานะที่เราเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับไม้
ย่อมสนับสนุนให้ท่านใช้ไม้อย่างแน่นอน แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับผู้ผลิตเช่นเราก็คือ
ต้องผลิตสินค้าที่ได้คุณภาพ ลดการสูญเสีย และทำความเข้าใจกับผู้บริโภคอย่างตรงไปตรงมา
เลือกชนิดของไม้ให้เหมาะสมกับงาน จนถึงแนะนำวัสดุอื่นทดแทน เช่น
หากท่านต้องการกรุฝาผนังภายนอก ก็ควรใช้วัสดุประเภทไฟเบอร์ซีเมนต์
หรือวัสดุทดแทนไม้อื่นๆ เพราะสามารถทนทานต่อลมฟ้าอากาศได้นานกว่าไม้ธรรมชาติ
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้
ต้องการชี้ให้ท่านเห็นว่า ไม่ว่าท่านใช้วัสดุชนิดใด ก็เท่ากับใช้ทรัพยากรฯทั้งสิ้น |
|
![]() |